เช็กต้นเหตุอาการ “ปวดหัว” และแนวทางรักษา

ขึ้นชื่อว่าอาการปวดหัวแล้ว คงไม่มีใครที่จะอยากพบเจอนัก อาจเป็นเพราะว่า เป็นอาการเบื้องต้นจากปัญหาหลายๆ ง ได้แก่ ความเครียด การเจ็บป่วย การอดอาหาร และอีกหลายๆ โรค ซึ่งอาการปวดหัวนั้น สามารถแบ่งได้หลายสาเหตุ ซึ่งเราสามารถสังเกตตนเองได้ว่า มักจะเป็นแบบไหนบ้าง
1.ปวดหัวจากความเครียด

อาการนี้เป็นการพบบ่อยที่สุด กล่าวคือ เป็นลักษณะการปวดที่มีการกด บีบ หรือ รัดแน่นทั้ง 2 ข้าง สามารถรับประทานยาจำพวก ยาพาราเซตามอล หรือ ยาแก้อักเสบจำพวก ยาไอบูโพรเฟน ได้ แต่ถ้าปวดบ่อยกว่า 15 วันต่อเดือน หรือนานกว่า 6 เดือน ควรปรึกษาแพทย์ได้

2.ปวดศีรษะแบบไมเกรน

อาการนี้มักจะพบในผู้หญิงมากกว่า ซึ่งสัมพันธ์กับในช่วงรอบเดือน และมีปัจจัยกระตุ้น เช่นแสงจ้า เสียงดัง มักปวดหัวข้างเดียวแบบตุบๆ แถมอาจจะมีอาการคลื่นไส้หรืออาเจียนร่วมด้วย ระยะเวลาปวดนานถึง 4-72 ชั่วโมง และอาจจะใช้ยาพาราเซตามอล หรือ ยาแก้อักเสบที่ไม่ใช้สเตียรอยด์มาช่วย หากไม่ได้ผลก็ควรปรึกษาแพทย์

3.ปวดหัวแบบอื่นๆ

โดยสามารถแบ่งประเภทได้ดังนี้ คือ

-ปวดหัวแบบคลัสเตอร์ ปวดหัวเป็นชุดๆ มักปวดรุนแรงเวลาเดิมของทุกวัน ซึ่งจะรวมถึงปวดในบริเวณดวงตา อาจมีการตาแดง หรือน้ำตาไหลร่วมด้วย ควรปรึกษาแพทย์
-ปวดหัวอาการไซนัสอักเสบ จะเป็นการปวดร่วมกับบริเวณโหนกแก้ม และ หน้าผาก ควรปรึกษาแพทย์เพื่อรักษาอาการไซนัสอักเสบที่เป็นต้นเหตุ และ อาจใช้พาราเซตามอลเพื่อบรรเทาอาการ
-ปวดหัวจากฮอร์โมน เกิดจากฮอร์โมนที่เกิดการเปลี่ยนแปลงของเพศหญิง เช่น ช่วงตั้งครรภ์, ช่วงที่กินยาคุมกำเนิด หรือ ช่วงวัยทอง ใช้ยาแก้อักเสบเพื่อบรรเทาอาการปวด และอาจปรึกษาทางแพทย์ เพื่อใช้ยาป้องกัน

ขอบคุณข่าวที่มีประโยชน์ และติดตามข่าวฉบับเต็มได้ที่ ผู้จัดการออนไลน์